หน้าแรก > Reflection > บ่นๆ: ท้องไส้ โลก และ การ reset

บ่นๆ: ท้องไส้ โลก และ การ reset

สิ้นเสียงระเบิดสนั่น ท้องฟ้าก็พลันสว่างจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ที่เฉิดฉายอยู่บนท้องฟ้าได้เพิ่มเป็นสองถึงสามดวง แสงจ้าแสบตานั้นเฉิดฉายอยู่ซักสองสามนาทีได้ มันค่อยๆวูบไป พล้นนั้นลมร้อนจากกรรโชคแรงโผยพัดเอาสิ่งต่างๆที่อยู่รอบกายปลิวไสว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?

วันนี้นอนแบปอยู่บ้านได้สองชั่วโมงไม่ถึงก็เกิดอาการคิดโน่นคิดนี้ ฟุ้งซ่านต้องลุกขึ้นมาเขียน blog นี้หลังจากละไปนาน อาจารย์รู้ว่า คงอดคิดไม่ได้ว่าถ้าขยันเขียน thesis เหมือนกับ blog คงจะจบไปนานแล้ว ทำไงได้คิด thesis มันไม่ออกนิครับ  เขียนไปก็จิบน้ำชาและเคี้ยวขนมปังกรอบตามหมอไปหยับๆ  เดายังไงก็คงไม่ถูกว่าป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่  ใช่ไหม?

หมอสาวใหญ่สั่งให้ผมนอนลงบนเตียงแต่โดยดี ปลดกระดุมซะ เธอสั่ง ผมทำตามอย่างว่าง่าย สมองไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น  กระดุมกางเกงยีนส์ถูกปลด หมอเอามือเย็น วางที่ท้อง คลำไปมา มันเสียวแปลบๆ พิกล แล้วเธอก็กระชากกางเกงในผมให้ลงต่ำไปอีก ตกใจ แต่ทำอะไรไม่ทันแล้ว ปล่อยเธอคลำท้องน้องผมไปมา สภาพผมตอนนี้คงไม่ต่างจาก ไอ้ดูบที่บ้านที่นอนหงายท้องให้น้องผมเอาเท้าเกาๆ ผิดกันก็ที่ว่าไอ้ตูบมันเพลิดเพลิน ผมเจ็บท้องเสียวปลาดๆ

ได้ยามาสองชุด anti-biotic กับยาลดไข้ หมอสั่งไม่ให้ทานเนื้อผักผลไม้และของมันใดๆถ้าอยากหาย ขนมปังข้าวและชาอ่อนๆคือสิ่งที่ผมได้รับอนุญาติ  ถ้าย้ำอยู่สองสามรอบเดินคอตกมาซื้อหนมปังกะยาแล้วกลับมานอนพักที่บ้านแต่โดยดี

ยาเม็ดสองเม็ดแรกลงท้องไป ผมก็นอนอ่านหนังสือ ท้องมันส่งเสียงโอกอาก ดังผิดปกติ ผมได้คิดถึงคำเภสัชที่บอกกับผมว่า antibiotic ฆ่าหมดทั้งแบคทีเรียใจดีและใจร้ายนะหนูเออ เค้าใช้คำว่า reset

ฟังเสียงกระเพราะร้องไป สมองก็ฟุ้งซ่านไปพลาง ขณะนี้ในท้องของเราคงไม่ต่างจากสมรภูมิ แบคทีเรียใจร้าบบุกมาก่อนทำให้ท้องปั่นป่วน ไม่ย่อย ตดเหม็นและไข้ขึ้น สถานะการแย่ลงเรื่อยๆ ทำให้ประธาณาธิปดีตัดสินใจกดปุ่มทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงกลางเมือง แม้ว่าจะทราบก็ตามว่าจะทำให้ประชาชนตาดำๆสูญเสียชีวิต และภูมิคุ้มกันของประเทศลดลง

ถ้าเรามองต่อและลองคิดว่าโลกของเราคือร่างกายเรา ตอนนี้มันคงป่วยเป็นระยะๆ ถึงจะยังไม่โคม่าเข้าไอซียู มันก็เริ่มกระเสาะกระแสะ รุกเราจากแบคทีเรียใจร้าย ไวรัสจอมโหด รวมทั้งพ้องเพื่อนอีกมากมาย  อากาศเหม็น อึดอัด อยู่แล้วไม่สบายตัว ถ้ามัน reset กันได้ให้กลับไปเริ่มจุดใหม่ๆเราจะทำกันไหมนะ?

ถ้ามองย้อนกลับไปยามเด็ก ผมเชื่อว่าได้ศัพท์คำว่า resetนี้ มาจากการเล่นแฟมมิคอนเครื่องแดงขาวกับน้องชาย

“เฮ้ยจะตายแล้วอะเฮีย ”

“ไม่เป็นไรเซพไว้ละ รีเซท์เลย แล้วโหลดใหม่เอา ”

ปัญหาคือชีวิตของเรา มันทำไม่ได้อย่างนั้น ต้องเล่น และปรับกันไปเรื่อยๆจนกว่า จะ…กันไปข้างหนึ่ง (ดี หรือ พัง – กรุณาเลือกเติม)

………………

คิดถึงยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน (ฟุ้งซ่านอีกละ!)

หมวดหมู่:Reflection ป้ายกำกับ:, , ,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: