หน้าแรก > Essay, Reflection > Old post: เหล่าอี้

Old post: เหล่าอี้

“ท๊อปครับ….”

ว่าจะพักเขียนเรื่องหนักๆ ซักหน่อย…. เพราะหลังจากที่เพื่อน คอมเม้น ประมาณว่า blog หนักเกินไปหรือเปล่า มีเเต่เรื่อง ชีวิตๆ  จะว่าไป จ๋าก็พูดถูกนะ  แวะไปอ่านของคนอื่นเค้า ก็ดู ‘ลั้นล้า’ ดีจัง กลับมาดูของเราเลยสำเหนียก ประมาณว่า อ่านแล้วอาจจิตตกได้ อาจพาลคิดว่าคนเขียนมันเครียดกะชีวิตซะจริงๆ ( อะไรจะจริงจังขนาดนั้น )        ไม่รู้สิ! เขียนเรื่อง ‘ลั้นล้า’ แล้วมันรู้สึกไม่ค่อย ‘เค้น’ เท่าไหร ไม่ได้ว่าใคร หรือเปรียบเทียบกับใครนะ เพียงแต่ส่วนตัว ชอบที่จะเขียนๆ แนวสังเกตุการณ์และวิเคราะห์ มากกว่า

ว่าจะพักเขียนเรื่องหนักๆ ซักหน่อย  …. แต่ก็อดไม่ได้อีกแล้ว

เคยสังเกตุว่าหัวเราจะเริ่มคิดเรื่อง “เป็น-อยู่-คือ” ก็ตอนเมื่อมีเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เข้ามากระทบ กับชีวิต พูดง่ายๆ คือมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา จะว่าเริ่มคิดเพราะเริ่มเป็นทุกข์ก็ไม่ผิด เพราะเราคิดหาทางออกจากความทุกข์นั้น แต่จะว่าคนคิดมากเป็นคนทุกข์ก็ไม่ถูกอีก เพราะคิดเพราะสงสัยก็มี

สองวันก่อน แม่โทรมาตอนบ่ายสี่เกือบห้า ก่อนรับก็สงสัยแล้วละ เพราะทุกทีไม่โทรมาตอนนี้ – แม่น่าจะนอนไปแล้ว

“ท๊อปครับ….เหล่าอี้ เสียแล้วนะ” – เสียง พร่าๆ มาตามสาย – “อือครับ” คุยกะแม่ซักพักก็วางสายกลับไปทำงานต่อ

ระหว่างพิมพ์รายงานอยู่ก็เช็กตัวเองเป็นระยะๆ มึงเศร้าไหมวะ ไหวไหม? ก็รู้ตัวว่าเศร้า ก็เสียใจ  แต่มันรู้สึกแปลกๆ มันเศร้าแบบชาๆ พิกล  มันรู้สึกแบบ “อือครับ” จะว่าเพราะมาอยู่ที่นี้นานแล้วก็อาจจะส่วนหนึ่งมั้ง

เหล่าอี้(น้องของย่า)เป็นญาติทางพ่อคนหนึ่งที่ไม่แต่งงาน แกคุมร้านขายวัศดุก่อสร้างอยู่แถวๆ ถ.ช้างเผือก เลี้ยงท๊อปมาตั้งแต่เล็ก แต่จำความได้ครั้งแรกก็คือตอนที่ถูกส่งไปฝึกงานกับแก (คือไปช่วยงานแกที่ร้านนั้นแหละ) ร้านของเหล่าอี้เป็น เสมือนศูนย์ฝึกอบรมณ์การประกอบอาชีพประจำตระกูลเลยก็ว่าได้  หลานๆทั้งหลายต้องมาผ่านการเข้มพิเศษที่นี้ก่อนเกือบทุกคน ให้รู้ถึงค่าของเงิน นับเงินเป็น เช๊กของ ดูแลร้าน ปัดกวาดเช็ดถู  ดูเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ดีนะ แต่ความรู้เสึกตอนนั้นของเรา(8-10ขวบ)คงเป็นประมาณว่าเข้า Boot Camp คือโครตไม่ชอบ และต่อต้านเป็นพิเศษ ร้านของเหล่าอี้ในความความทรงจำคือมันเก่าๆ ฝุ่นเยอะ น่ากลัว น่าเบื่อ น่าเบื่อมากๆ แทบจะรอวินาทีที่ได้กลับไม่ไหว  มีอยู่ครั้งหนึ่งอาละวาด   – รถไปส่งถึงร้านแล้ว แต่ไม่ยอมลง ลุงสงัดผู้ช่วยประจำร้านมาเปิดประตู ก็ไม่ยอมลง ลากลง ก็ไม่ยอม ดึงที่โหนเหนือประตูรถไว้เเน่น ร้องไห้ ตะโกน-ไม่ยอมปล่อยหรอกๆ ( อาละวาดน่าดู -_-‘)

ในความทรงจำ เรื่องของเหล่าอี้ก็เลยไม่ค่อยจะสวยหรูเท่าไหร แต่มองย้อนกลับไป ก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่างกับเหล่าอี้มากมาย – เหล่าอี้สอนให้นับเงิน ไม่ให้เงินนับเรา ให้จับเงินแต่เล็กจะได้ไม่หน้ามืดเวลาเห็นเงินเยอะๆ , สอนให้อดออม แกซื้อหมูกระปุกให้หยอด 5บาททุกครั้งที่มาทำงาน  แต่หมูตัวนั้นโดนใครก็ไม่รู้ชิงทุบไปเสียก่อน, สอนให้รู้เคุณค่าของเงินถ้าสั่งอะไรมา ต้องกินให้หมด และแกจะบังคับให้กินให้หมดด้วย เล่นเอาจนท้องอืดเพราะก๋วยเดี๋ยวข้างร้านบ่อยๆ เหล่าอี้ชอบเลี้ยงหลานๆ และจะขยั้นขยอให้กินอีก กินอีกไหม? จนมีครั้งหนึ่ง พรวดออกมาเป็นเส้น เพราะกินมากไปจนมันไม่ย่อย, สอนเขียนบัญชี สอนให้เช๊คของ นับเล็กนับน้อย ดูแลทรัพย์สมบัติของเรา อ่านรหัสโค๊ดลับประจำตัวสินค้าที่แกเขียนไว้ทุกตัว ไอ้โค๊ตนี้คนขายเท่านั้นที่รู้ว่ามันคืออะไร ต้นทุน และส่วนราคาที่ควรจะขายมันติดไว้อยู่ตรงนั้น ทำให้แกตัดสินใจได้ทันทีว่าควรจะขายให้ลูกค้าคนนี้ในราคาเท่าไหร

คุยกับน้องใน msn เมื่อเช้า เค้าว่าจะเผาศพวันอาทิตย์นี้ น้องบอกว่าจะไปส่งเหล่าอี้ จะบวชจูงแก บ่นกับน้องว่าไปอีกคนแล้ว….

Top  Rain  เฮ้อ ไปอีกคนซะแล้ว

Rain   Top  อื้อ

Rain   Top 😥

Top  Rain   ไม่รู้ดิ เฮียเศร้านิดๆ แต่ไม่มากอย่างที่คิด

Top  Rain   เพราะอยู่ที่นี้นานแล้วมั้ง

Rain   Top  เศร้าเยอะ แต่ทำใจได้

Top  Rain   นึกถึงแต่วันเก่าๆ

Top  Rain   ตอนไปฝึกงาน กะแก ตอนแกเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวจนกลับมาอ้วกที่บ้าน

Rain   Top  ก็เหล่าอี๊เลี้ยงแทมกับ หนุย เยอะที่สุดไง

Rain   Top  ร้านแกก็เหมือนเดิม จนวันที่แกเสียน่ะแหละ ไม่มีอะไรเปลี่ยน

Rain   Top  ยกเว้นสังขาร

Top  Rain   ตอนที่เจอหนังสือโป๊ที่ใครก็ไม่รู้เอาไปซ่อนในท่อ Pvc

Top  Rain   เฮ้อ—–

Rain   Top  จำที่แกสอนๆไว้ให้ติดตัวไปนี่แหละ

Top  Rain   ก็คงงั้น ก็เอาไปได้แค่นั้น

Top  Rain   แปลกดีอยู่ที่นี้แล้ว เหมือนถูกแช่เเข็งความทรงจำ

Rain   Top  มันอยู่คนละสังคม เราก็ได้แต่นึกถึงเรื่องมัยก่อนแหละ

Rain   Top  ถ้ากลับมาอยู่แบบแทมก็จะรู้ว่าอะไรต่อมิอะไรมันไม่เหมือนเดิมแล้ว

Top  Rain   ก็คงงั้น

Top  Rain   อีกไม่นานหรอก

Rain   Top  จะไปดึงดันให้มันเหมือนเดิมอย่างที่เราคิดตอนอยู่โน่นก็คงจะไม่ได้

Rain   Top  เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว

Top  Rain   ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเหมือนเดิม

Top  Rain   เพียงแต่ว่า มันแปลกที่รู้สึกว่า มันเป็นโลกสองใบ ที่เดินไปคนละจังหวะ

Top  Rain   มันก็คงเป็นงั้นแหละ

Rain   Top  เข้าใจๆ

Top  Rain   แต่เอียรู้สึกไม่ อินกะโลกนั้นเลย

Top  Rain   เศร้าแต่ไม่รู้จะเศร้าไง

Top  Rain   อยู่นี้ มันตัวเรา สุดๆ

Top  Rain   นี้ขนาดมีสมาชิกให้ดูแลบ้างนะ ไม่งั้น ไม่สนใคร

Top  Rain   คงกลับซักวันละ

Rain   Top  ถ้าอยุ่แล้วไม่รู้อยู่ไปทำไมก็ลองกลับมาดู

Rain   Top  เพราะที่โน่น แทมว่าสังคมที่อยู่มันก็ค่อนข้าง well – organised

Top  Rain   ก็รู้นะว่าอยู่ไปทำไม

Top  Rain   ก็เลยอยู่มา 11ปีแล้วไง

“ก็เลยอยู่มา 11ปีแล้วไง” ….

ในช่วงที่เราไม่เฝ้าดูมันเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ  ช่วง11ปีที่ผ่านมา ญาติๆเพื่อนๆ จากไปหลายคน  มันเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่ไกลบ้านที่ไม่ชอบเลย เวลาแม่หรือป๊าโทรมาเวลาแปลกๆ แล้วขี้นเสียงต่ำๆว่า “ท๊อปครับ….” นักเรียนต่างแดน หรือคนไกลบ้านหลายๆ คนก็คงรู้สืกเหมือนกัน   เวลามีคนที่บ้านจากไปเวลาเราไม่อยู่ มันรู้สึกเหมือนเค้าคนนั้นหายไปดื้อๆ  มันเหมือนเค้าไปเที่ยวที่ไหนซักแห่ง เพราะกว่าเราจะกลับไปทุกคนก็ทำใจได้เเล้ว เราก็เลยไม่รู้จะทำอารมณยังไงดีเพราะไม่มีใครเศร้า ไม่มีงานศพ มันเหมือนค้าง  เชื่อไหมว่า ทั้งๆอากงอาม่าที่จอมทองผมเสียไปนานแล้ว ทุกคร้งที่ผมกลับไป ที่จอมทอง ก็ยังรู้สึกว่าท่านยังอยู่ แต่ไปเที่ยวไกลๆ หรือไปธุระเราเลยไม่เจอ

ผมว่า group grieving หรือการร่วมกันเสียใจกับอะไรซักอย่างที่มันเป็นสิ่งสำคัญของกลุ่ม  มันเป็นสิ่งจำเป็นนะ มันคงช่วยให้เรา “ปล่อย”ได้  และจบ อารมณ์บทนั้นๆได้ดี  ค้างอย่างนี้ เลยไม่รู้ว่าอะไรมันเกิดขี้นกันแน่  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเฝ้าบอกกับตัวเอง และเป็นสิ่งที่ใช้ค้ำอารมณ์ เวลาอารมณ์ค้างคือ “เราอยู่ที่นี้เพราะอะไร – มีหน้าที่อะไรอยู่?”  มันดูเหมือนจะเป็นคำตอบ ให้กับคำถามที่ถามตัวเองว่า ทำไมเราไม่อยู่ตรงนั้น ไม่ได้อยู่ส่งเค้าคนนั้น    แต่มองในแง่ไหนก็ตามสิ่งที่แน่นอน คือความไม่แน่นอน (หรือ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือความเปลี่ยนแปลง) มันก็แล้วแต่เราว่าจะทำยังไงกับมัน โลกมันก็ยังหมุนไปไม่หยุดรอ จะเศร้ากับอดีต กลัวอนาคด หรือ ประชดปัจจุบัน ก็ทำไปเหอะ แต่จะทำอะไรดีๆให้คนที่ไกลชิดก็ทำให้ตอนที่อยู่ด้วยกันนี่แหละ ห่างกันไปแล้วจะไม่มีโอกาศ ไม่ชอบเลยเวลานึกขี้นมาว่า ‘รู้งี้…..  น่าจะ..’

เคยคิดสนุกๆ ว่าในบางครั้ง เรา ให้ค่าปัจจุบันมันน้อยไปหรือเปล่า

ทั้งๆที่ในอีกไม่ช้ามันก็จะกลายเป็นอดีตที่เรารำลึกถึงแล้ว

นิสัยหนึ่งของคนที่ไม่ดีคือชอบบูชาสิ่งที่ตายแล้ว ทั้งๆที่ตอนที่ยังอยู่ ไม่เห็นค่ามันซะเลย

อดีตคือปัจจุบันที่ตายแล้วใช่ไหม ?

ตอนนี้นึกถึงเหล่าอี้ในอดีต ก็จำได้แต่ภาพของแกนั่งอยู่หลังโต๊ไม้สีน้ำตาลอ่อน กับเเว่นกลมใสสะท้อนแสง

ขอบคุณครับเหล่าอี้ -/|\-

หมวดหมู่:Essay, Reflection ป้ายกำกับ:
  1. >_
    ธันวาคม 6, 2010 ที่ 10:21 pm

    แวะเข้ามาอ่าน… เสียใจเรื่องเหล่าอี๊ด้วยนะคะ…พี่ mayya

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: