หน้าแรก > Review > Old post:เรื่องเล่าจากดาวอังคาร I

Old post:เรื่องเล่าจากดาวอังคาร I

เรื่องเล่าจากดาวอังคาร I

เค้าว่ากันว่า ….ผู้ชายกับผู้หญิง มีมุมมองต่อโลกที่แตกต่างกันไป  ครั้งแรกที่ได้ยิน (นานมาแล้ว) ยังจำได้ว่าคิดในใจ ‘แล้วมันต่างกันยังไง ?’   ใครที่เคยอ่าน Men are from Mars.. คงจะนึกได้หลายๆข้อแตกต่าง ที่ จอห์น  เกรย์ เขียน ร่ายเอาไว้ลองไปอ่านดูกันเอง น่าสนใจดี เคยอ่านอยู่นิดหน่อย เพราะ เพื่อน(ผู้หญิง)ในกลุ่มให้ แกมบังคับ ว่าเอาไปอ่านซะ

ก็ไม่รู้ว่าเค้ารำคาญ หรือสงสารนะ ที่ให้วิทยาทานเล่มนั้นมา  คงจะคิดว่าเพื่อนคนนี้มัน ไม่Getเอาซะเลย ทำตัวเซ่อซ่าน่ารำคาญ! มาจนถึงวันนี้หลายปีมาแล้ว ผมก็ยังกล้ายืนยัน ถึงไม่รู้ว่าจะภูมิใจดีหรือเปล่าว่า ก็ยังไม่ได้ get มากขี้นซะเท่าไร!!

เอาไว้ถ้า NASA เค้ารับสมัครคนไปสำรวจดาวศุกร์เมื่อไร  จะรีบไปลงชื่อไว้เลย!

เข้าเรื่องๆ

สองสามวันที่ผ่ามาได้ดูหนัง 2เรื่อง ทำให้คิด – เลยอยากจะเขียนบันทึกความคิดในแนวชวนดูหนัง
ทั้งสองเรื่องคล้ายๆกันอย่างหนึ่ง คือเสนอมุมมองและความคาดหวังของผู้ชายในเรื่องความรัก
ควรมิควรแล้วแต่ท่านจะกรุณา….

Fake – โกหกทั้งเพ (2002)

ธรรมดาแล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบดูหนังซ้ำเท่าไร   มันเปลืองเวลาชีวิตชอบกล
แต่ดูหนังเรื่อง โกหกทั้งเพ นี้ 2 – 3 ครั้งแล้ว ครั้งแรกที่ได้ดูก็ชอบมาก รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มัน’โดน’ดี

ไม่ใช่เพราะ อั้มแสดงหรอกนะ

แต่เป็นเพราะหนังเรื่องนี้มันแทนความรู้สึกของผู้ชาย และแง่มองของผู้ชายในเรื่องของความรักได้ครบดี
เศร้า หลอน ผิดหวัง ระแวง รอคอย ตามหา เหงา เพ้อฝัน ..

คนที่เคยอกหักคงเข้าใจว่า เบ (ต้า บาร์บี้) มันเศร้าห่าอะไรกันนักกันหนา
คนที่เคยตามหาความรักคงเข้าใจว่า โป้ (ลีโอ พุฒ) มันว้าเว่ได้ยังไง
คนที่เคยฝันถึงใครซักคนคงเข้าใจว่า ซุง (เร  แม็คโดแนลด์) มันเพ้ออะไรของมัน

คนที่ไม่เข้าใจ บอกได้คำเดียว ไม่เจอเอง ไม่รู้!

มาถึงตัวหนัง

ตอนแรกที่ดู ก็อดแปลกใจไม่ได้ถึงความสามารถของตัวละครชายทั้งสาม ว่าสมบทบาทมาก
จนได้มาอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหนัง เลยถึงบางอ้อว่า หนังเรื่องนี้เริ่มที่เลือกตัวคนแสดงก่อนเขียนบท บทที่เขียนขี้น มาจาการสัมภาทย์คนแสดงทั้งสามคนแล้วนำมาเรียบเรียง (มิน่าถึงอินจริงๆ! ประสบการณ์ตรงนี่)

หนังเรื่องนี้สำหรับผม ไม่ได้แสดงเพียงเเค่เป็นรักระหว่างคน4คนในเวลาที่แตกต่างกัน
ผมรู้สึกว่า ปวีณา (อั้ม) เป็นตัวเเทนผู้หญิงในฝันของผู้ชายไทย(ในโลกนี้?)สามคนนี้
สวย มีเสน่ห์ คล่องแคล่ว เก่งรอบด้าน พูดจาหวาน ผมยาว หุ่นดี ตาโต ……

และเป็นผู้หญิงในฝันที่เกินเอื้อมไปซะทุกที

ตัวหนังเริ่มเดินเรื่องจาก ช่วงที่เบ อกหักบรรยากาศที่อืมคริมและเสียงโทรศัพท์ที่หลอกหลอนทำ ให้ผมนึกถึงช่วงที่โลสุดๆของชีวิต ความมั่นใจที่หายไป ลังเลกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆในชีวิต นึกถึงแต่วันเก่าๆ วนเวียนไปเฝ้าคอย รอสิ่งที่ไม่มีวันกลับมา หนังช่วงนี้เศร้าสะใจดีชะมัด และการไม่เน้นคำพูดบรรยาย เน้นสีหน้ากับการเเชร์สิ่งที่เบเห็น มันส่งต่อความรู้สึกได้ดีเลยที่เดียว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมว่าทำให้หนังรู้สิก’จริง’คือ เบผ่านช่วงนั้นไปได้เพราะเพื่อนๆลากไปจริงๆ

เพลยบอยโป้ออกโรงยกสอง ลีโอ พุฒเล่นเป็นเพลบอยได้เนียนมาก จะว่าไปโป้ อาจจะเป็นแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่อยากจะเป็น มีมาด มีเสน่ห์ สาวๆทอดสะพานให้ แต่หนังกลับนำเสนอ ความรู้สึกอีกด้านที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันของหนุ่มเพลยบอย ความเหงา ว้าเหว่ การตามหาอะไรซีกอย่าง (จะว่าโหยหาก็คงได้ละมั้ง)  มุมกล้องช่วงนี้น่าดูมาก ให้บรรยากาศกรุงเทพเป็นเมืองที่อบอุ่นและน่าค้นหา ทำให้คนบ้านนอกเกลียดกรุงอย่างผม มองเห็นกรุงเทพเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบ ปวีณา (อั้ม) ออกฉากครั้งแรกในช่วงนี้ บทพูดเริ่มมากขี้น แสดงแง่คิดของตัวละครได้น่าสนใจ บทพูดคมเฉีอนใช้ได้เลย –  ‘ถึงจะเป็นภาพเดียวกัน แต่เราสองคนก็มองต่างกัน’ (เก็บไปใช้บ้างดีกว่า )

ร่าเริงมีอารมณ์ขัน จริงใจ ตรงไปตรงมา แค่สามข้อนี้ก็น่าจะเป็นส่วนประกอบที่พอ สำหรับผู้ชายสักคนที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ตามหา แต่มันก็ไม่เป็นไปตามนั้นซักเท่าไร ซุงเป็นตัววิ่งไม้สุดท้ายของเรื่อง ผู้ชายที่ไม่กลัวความลำบาก กล้าลอง กล้าค้นหาอนาคตตัวเอง แต่หลุกหลิก และไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ ซุงทำให้ผม นึกถึงตอนที่เราคาดหวังอะไรกับอนาคตไว้มากๆ จนบ้างที่หลุดไปอยู่ในโลกที่ตัวเองสร้างขี้น และลืมนึกถึงความเป็นจริงที่เป็นอยู่ เสียความเป็นตัวเองไปและทำอะไร ที่มันฝีนตัวเอง แต่ยินดีฝืนทำ ประมาณดีใจที่ได้เหงาคิดถึงเธอ ประมาณนั้น …มันอาจจะดูสมเพชนะ แต่การที่ได้ทำอะไรให้ใครซักคนที่เราชอบ มันทำให้เรามีรู้สึกมีคุณค่าอย่างแปลกๆ ทั้งๆที่เค้าไม่ได้สนเลยก็ตาม

แล้วบทสรุปของเรื่องละ.. แห้วครับ แห้วทุกราย อาจจะเป็นเรื่องของบทที่กำหนดไว้แล้วว่า ถ้าแฮปปี้เอนดิ้งมันจะไม่ได้ฟีล แต่พอมองดูแล้ว มันสื่อได้อีกอย่างหนึ่ง ผมว่าตัวละครทั้งสามตัวมีมุมมองที่คล้ายๆกันอยู่ คือมองว่าความสุขนะไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้ (ปัจจุบัน) แต่อยู่ในอดีตและอนาคต ทำให้ทั้งสามหนุ่มต้อง วิ่งตาม ไขว้คว้าสิ่งที่เค้าคิดว่าจะทำให้ชีวิตมีความสุข ทั้งๆที่ไอ้ในอดีต มันอาจจะไม่สุขขนาดนั้น และในอนาคตถ้าได้มา ก็ไม่แน่ว่าจะเบื่อไปเมื่อไร แต่ภาพความสุขที่วาดเอาไว้ มันหอมหวานจน อดจะยอมทุกข์ ในปัจจุบันไม่ได้ ก็เลยต้องวิ่งไล่ตามหา คนที่(คิดว่า)ใช่กันต่อไป….

พุทธท่านว่า ที่ไหนมีรัก ที่นั้นมีทุกข์ก็คงจะจริงละมั้ง

สาธุ………….

(แต่ผมก็อดเถียงในใจไม่ได้ ว่าเพราะมันขาดความเข้าใจอะดิ มันถึงทุกข์กันใหญ่

(รวมทั้งมันหัวนี้ด้วยคร้าบ..))

  1. ก๋วยติ๋ว
    มีนาคม 5, 2011 ที่ 11:53 pm

    วันนี้กลับมาดู Fake เป็นครั้งที่ 3 หรือ 4 ไม่แน่ใจ
    และค้นหา google เพื่อที่จะหารูปโปสเตอร์หนังแค่นั้น
    แต่กลับมาเจอบทความนี้ ชอบมากเลยค่ะ ^ ^

    • มีนาคม 15, 2011 ที่ 6:30 pm

      ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจที่ให้กัน🙂

  2. Toey
    ตุลาคม 17, 2012 ที่ 11:21 pm

    ชอบมากคะ ที่คุณเขียน

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: