หน้าแรก > Current issue > Old post: Coup D’eta de Siam

Old post: Coup D’eta de Siam

Coup D’eta de Siam – กาน้ำที่ร้อนจัด

หมายเหตุ : นี้เป็นบทความที่เขียนเมื่อหลายปีที่แล้วครับ พอดีบล๊อกเก่ายกเลิกไป ขอ reduce-reuse-recycle! เพราะอ่านแล้ว คิดว่ามันยังเข้ากับบริบทของปัจจุบัน

————————————————————————————————————–

เริ่มเขียนบทความนี้ตั้งแต่เค้าเข็นรถถังออกมาใหม่ๆ จนปัจจุบันรถถังทั้งหลายถูกเข็นกลับเข้าอู่ไปหมดแล้ว แต่ไหนๆ ก็เขียนแล้วนะครับ ก็เข็นออกมารบกวนความคิดของทุกๆคนซักหน่อย

*

*

เคยสังเกตุไหมครับเวลาที่เราต้มน้ำในกา เมื่อน้ำได้รับความร้อน อุณภูมิของมันก็จะเริ่มสูงขึ้น และเริ่มพ่นฟองอากาศปุดๆออกมา ถ้าเราให้ความร้อนต่อไปอีกซักพัก ฟองอากาศก็จะถูกขับออกมาจากน้ำมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ แต่พอใกล้จะถึงจุดเปลี่ยนสถานะหรือจุดเดือด ฟองอากาศก็จะหายไป ผิวน้ำนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเราให้ความร้อนต่อไปเรื่อยๆ พออุณภูมิของน้ำทะลุจุดเดือด ฟองอากาศก็จะพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง พร้อมๆกับน้ำในกาที่เริ่มระเหยกลายเป็นไอ

การพยายามปลดฉุกเฉินพลเอกสนธิ ก็คล้ายกับการเติมความร้อน เซนติเกรดสุดท้ายให้กับสถานะการ์ณทางการเมืองที่คุกกรุ่นและอึมครึมของประเทศไทยจนมันทะลุจุดเดือด นำมาซึ่งความเคลื่อนไหวของทหารที่เข้ามาแทรกแซงทางการเมืองอีกครั้ง การปฏิวัติครั้งนี้ ถึงจะไม่นองเลือดและมีความรุนแรงเหมือนครั้งก่อนๆ แต่ก็ทำให้โลกตกตะลึงได้พอสมควร และที่เป็นอย่างนั้นก็อาจจะเป็นเพราะ รูปลักษณ์ของประเทศไทย ที่นานาสากลคาดหมายในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานั้นมันเป็นไปในทางด้านบวกซะมาก จนเค้าลืมไปว่าประเทศไทยของเรานั้น มีประวัติการเดินทางของประชาธิปไตยที่ไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าใด  แฝงไปด้วย negative tendency หรือ กรรม ที่วนเวียนมาเหยียดหยามพานแว่นฟ้าที่ถนนราชดำเนินอยู่เสมอ

มันเหมือนจะเป็นวงจรของการเมืองบ้านเราที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะมีผู้นำ ที่ในทีแรกเหมือนจะขี่ม้าขาวมาปลกแอกปัญหาของประชาชน แต่พอนานไป ลายที่ซ่อนไว้เริ่มออก กลายเป็นผู้นำบ้าอำนาจ ฟาดหัวฟาดหาง โกงกินบ้านเมือง และพยายามผูกขาดอำนาจ จนประชาชนและทหาร(ในบางครั้ง) ต้องออกมาแสดงบทบาท ที่ไม่น่าจะเหมาะสมตามหลักรัฐธรรมนูญเท่าไหร่ เพื่อ ‘ระเหย’ เอาระบอบของผู้มีอำนาจนั้นออกไป ทั้งๆ ที หลายๆครั้ง มือที่กำแล้วเหวี่ยงไปในอากาศตามเสียงโห่ขับไล่นั้น เป็นมือข้างเดียวที่กำปากกาเลือกผู้นำคนเดียวกันเข้าไปในสภา

ถามว่าคุณทักสินเป็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้หรือเปล่า – ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด อาจจะสวนกับความคิดของใครหลายๆ คนที่มองว่าทักสินเป็น Tyrant เป็นคนสร้างกระบวนการโกงกินบ้านเมือง ชักพาเอาประเทศเราลงต่ำผมมองว่าการทำรัฐประหารไล่ทักสินนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะอีกไม่นาน ผ่านเวลาซักพัก ใครจะรู้เราอาจจะเห็น ทักสิน ชินวัตร เดินดุ่ยๆ อยู่ที่สยามพารากอนอย่างไม่รู้ร้อนหนาว  เพราะอย่างตอน รสช ปฏิวัติน้าชาติ แค่ 2 ปีท่านก็ได้กลับมาอยู่เเดนสยาม เริ่มเล่นการเมืองอีกครั้ง

ผมอย่างจะชวนให้ทุกคนมองหาต้นเหตุที่แท้จริง

ต้นเหตุที่คนอย่างทักสิน ชินวัตรสามารถผงาดขี้นมา พลิกผันตัวเอง จากพ่อค้าเช็คเด้งมาเป็นเจ้าพ่อเทเลคอม
ต้นเหตุที่คนอย่างทักสิน ชินวัตรสามารถได้รับเลือกเป็นนายกถึง นายก2สมัยครึ่ง
ต้นเหตุที่คนอย่างทักสิน ชินวัตร สามารถเป็นนายกที่มีชื่อเสีย(ง)คนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย

หากไม่ใช่เพราะสังคมไทยโดยกว้างมีความอ่อนแอเฉพาะด้านอยู่หรอกเหรอ?
ความอ่อนแอทางศีลธรรม ความอ่อนแอทางด้านจริยธรรม ?
ได้ไปฟังรายการวิทยุทาง Internet ที่เวปเมเนเจอร์ – ต่างสมัยรอยไทย ตอน คุยเรื่องหญิงไทยกับ พี่น้อย เอ็มพาวเวอร์ เค้าให้คำจำกัดความที่ได้ใจมาก

เค้าว่าสังคมไทยเป็นสังคมเด็กอ่อน เป็นแง่มุมที่น่าสนใจมากถึงcontextจะต่างกัน ตีความได้ว่าเป็นสังคมที่ทำตัวเหมือนเด็กๆ ไม่รับผิด รับแต่ชอบ เอาตัวรอด พวกมากลากไป แพ้ไม่ยอมแพ้ เกลียดคนเก่ง หมั่นไส้คนมีความสามารถ ชื่นชมคนโกงที่เอาตัวรอดได้ ดูถูกคนยอมรับผิดและคนที่ทำงานหนักแต่สุจริต

พอทะเลาะกันหาทางออกไม่ได้เพราะไม่ยอมกันก็ฟ้อง ‘พ่อ’ หรือไม่งั้นก็หาคนนอกเข้ามารังแกพี่น้องตัวเอง
ที่ว่ามาก็อาจจะไม่จริงทั้งหมดแต่มันก็มีส่วนหนึ่งใช่ไหมที่ถูก?

ถ้ามองในแง่จุลทัศนแล้ว สังคมเเบบนี้แหละเป็น breeding ground ชั้นยอดสำหรับคน strand ประเภทเดียวกับ ทักสิน ชินวัตรไม่ใช่เหรอ?ความอ่อนแอเฉพาะด้านนี้แหละที่มันทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยครั้งแล้วครั้งเล่า และถ้าเรา – คนไทย ยังหลงประเด็นและยังไม่เริ่มที่จะรู้ตัว และพยายามเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานคือเริ่มจากตนเองก่อน ปฎิวัติตัวเราเอง – ปฎิวัติมนุษย์  พยายามเปลื่ยนสิ่งที่เราทำซ้ำแล้วซ้ำอีกมานาน…ไม่สนใจการเมือง มองเป็นเรื่องไกลตัว ( – มีอีกเยอะ ช่วยกันคิดหน่อย!)

ก่อนจะเริ่มเปลี่ยน เราต้องยอมรับก่อน อย่างที่เค้าว่า ง งู มาก่อน ฉ ฉิ่ง

การยอมรับอาจจะต้องเจ็บปวด แต่มันก็เป็นความเจ็บปวดที่นำมาซึ่งคุณค่า เปลี่ยนเพิ่อให้ดีขึ้น
แต่ถ้าเรายังเลือกที่จะไม่เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงแล้ว
ก็ไม่ต้องแปลกใจ หากพานแว่นฟ้าอาจจะโดนถ่มน้ำลายรดอีก….ไม่ช้าก็เร็ว

เพราะไอน้ำที่ระเหยไปจากกา พอได้เวลาอันควร จังหวะที่ดี  อุณภูมิที่เหมาะสม มันก็จะกลั่นตัวกลับมาเป็นน้ำอีกครั้ง …..เฝ้ารอการเดือดครั้งต่อไป…….

ปล.

มองทักสิน

คุณทักสินเป็นคนเก่ง ถึงแม้แกจะเป็นผู้นำที่ไม่มีคุณธรรมก็ตาม แกมีความกล้าสูงจนเกิอบจะบ้าบิ่น กล้าจะกร้าว จนก้าวร้าว ผมมองว่าบุคลิกนี้แหละที่เป็นตัวดับดาวรุ่งของแก แต่ก็เป็นโชคดีของคนไทยที่แกเป็นคนอย่างนี้ ลองคิดดูถ้าแกเป็นนิ่งๆ อ่อนกว่านี้ ค่อยๆ กิน ค่อยๆสูบไปแล้ว กว่าเราจะรู้ตัว ก็คงเมื่อสายไปแล้วจริงๆ

ว่าไหม?

หมวดหมู่:Current issue
  1. เมษายน 14, 2010 ที่ 9:29 am

    เห็นด้วยครับบ มันเป็นแบบนั้นจริงๆคร้าบบ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: