หน้าแรก > Essay > เพื่อความยุติธรรม

เพื่อความยุติธรรม

มิถุนายน 28, 2008 ใส่ความเห็น Go to comments

เมื่อวานติดรถเพื่อนไปประชุมพุทธ ระหว่างทางขากลับซักถามว่าเพื่อนเป็นไง การงานยังดีอยู่ไหม?
เพื่อนเป็นหมอ เป็นคนเพื่อนบ้านเราแดนลอดช่อง แต่ไปเรียนจบจากลุงเมืองเเซม จับพลัดจับพรูมาทำงานอยู่ที่นี้ได้หลายปี เพื่อนบอกวันจันทร์นี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เค้าจะเข้าไปทำงานที่นั่น
ถามต่อว่าลาออกหรือ? กลับไม่ใช่ สัญญางานหมดแล้ว แล้วทำไมถึงต้องย้าย? เพราะงานที่นั่นไม่พอสำหรับจำนวนหมอที่ประจำการอยู่ คือคนป่วยน้อยว่างั้น หมอเลยตกงาน เฮ้ยมันตรงข้ามกับที่เราเชื่อมาตลอด ที่ผ่านมาสังคมเหมือนจะให้สัญญาตลอดว่าจะมีหมอไม่พอ
เพื่อนว่าจริงๆแล้วก็ไม่เชิง มันเป็นการกระจายจำนวนหมอต่างหากที่ไม่ทั่วถึง และที่สำคัญคือไม่มีเงิน

สมัยนี้ทุกๆอย่างเเพงขึ้น ถึงจะมีตัวยาใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่สามารถต่อชีวิตหรือช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น แต่เงินก็ยังเป็นตัวหลักสำคัญ ก่อนที่รัฐจะตีตราในฟอร์มของคนไข้ว่าให้เข้ารับการรักษาได้’ชีวิต’ของคนๆนั้นจะต้องถูกประเมินก่อนว่าคุ้มในการรักษาไหม แล้วคุณค่าของชีวิตของตัดสินกันที่ไหน? คิดแล้วปวดหัวและก็ปวดใจเเทนนักเศรฐษศาสตร์ที่จะต้องประเมิณค่าของชีวิตคนเป็นตัวเลข
จะมีใครไหมที่อยากจะประเมินชีวิตใครว่าชีวิตของคุณคุ้มไหมที่จะรักษาไว้ คงไม่มีคนปกติชอบ และก็คนส่วนใหญ่คงไม่มีใครอยากโดนถูกตัดสินว่า คุณมีค่าพอจะได้รับการรักษาหรือไม่ได้ และถ้าได้-เมื่อไร? ทุกคนอยากจะได้รับความเสมอภาคในการที่ได้มีโอกาศตรงนี้ อยากได้รับการผ่อนทุกข์ทันที รับการบริการทันที แต่ในเมื่อทรัพยากรมันมีจำกัดและจะทำอย่างไร? ก็ต้องมีการจัดสรรและมองลึกลงไปว่าในรายไหน มีความจำเป็นมากกว่า การให้โดยเสมอภาคในบางครั้งกลายเป็นความอยุติธรรมไป ยกตัวอย่าง คุณยายอายุหกสิบต้องผ่านสะโพกใช้เวลาคุณหมอสี่ชั่วโมง กับคุณพ่ออายุสามสิบห้าแขนหักใช้เวลารักษาหนึ่งชั่วโมง ถ้ามองกันเเค่นี้ คุณจะรักษาคนไหน? แต่ถ้ามีข้อมูลเพิ่มว่า คุณยายอยู่บ้านพักคนชรา ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ผ่าสะโผกจะทำให้คุณยายเดินเหินได้สะดวกขึ้น คุณพ่อเป็นนักธุรกิจ ต้องเดินทางบ่อย ภรรยาทำงานเหมือนกัน แขนหักทำให้เค้าต้องขาดรายได้และต้องดูเเลตัวเอง ตอนนี้คุณยังเลือกเหมือนเดิมอยู่ไหม? และถ้ามีคุณพ่อเเขนหักสี่คน ตอนนี้คุณยังเลือกเหมือนเดินอยู่หรือเปล่า? มันเริ่มยากนะ

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความเห็นที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยดี กับการเพิ่งพารัฐบริหารมากเกินไป
เเน่นอน รัฐควรที่จะต้องดูแลประชาชน และจัดให้มีทุกคนมีได้รับโอกาศที่เสมอกัน แต่ในเมื่อคนแต่ละคนมีเรื่องราวและชีวิตที่ไม่เหมือนกัน มีไม่เท่ากัน แล้วจะให้อย่างไรให้เสมอภาคกัน มันเป็นไปไม่ได้
แต่การให้ให้ยุติธรรม ยิ่งยาก ให้จะไปรู้ว่าข้อมูลที่ได้มานะจริงหรือไหม ตอนกรอกฟอร์มนะใส่ไข่ไหม สงสารตัวเองเกินไปหรือเปล่า แล้วเอาหลักอะไรตัดสินใจ? อารมณ์? เหตุผล? กำไร? เลยเข้าใจว่าการให้เเบบเท่าเทียมนะมันง่ายกว่า อ่ะๆๆ เอาไปคนละอันนะ จบ

แต่ในเมื่อในโลกนี้ คนที่มีเงินและอำนาจยังสามารถที่จะ’จ่าย’ เพื่อกระโดดข้ามคิวไปรับความสะดวก ซื้อความสบาย การให้ที่เสมอภาคเพื่อให้ทุกคนมีความสุขมันเป็นเเค่คารมคุย และมันทำให้เราสับสนไปอีกว่าความเสมอภาคกับความยุติธรรมนั้นมันเป็นเรื่องเดียวกัน
เหมือนที่ประโยคตลกๆที่ว่า “equality sometime is not fair”

ชีวิตมันซับซ้อนและสับสนกว่าที่คิดเยอะ จากที่เห็นอย่างเดียว คงไม่พอ

ผมคิดว่าการที่เราจะตัดสินใจอะไรซักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับคนแล้ว ความเป็น’คน’ของผมต้องเข้มเเข็งอย่างมากที่เดียว
หลายครั้ง ที่ผมตัดสินใจโดยใช้ความเป็น’อื่น’มานำ มันทำให้ผมเสียใจทุกครั้งที่คิดถึง
ไม่ง่ายเลยที่จะยกระดับจิตใจของตัวเองขึ้นมา ในการตัดสินใจ เพื่อความเสมอภาคและความยุติธรรม

หมวดหมู่:Essay ป้ายกำกับ:, , ,
  1. กรกฎาคม 2, 2008 ที่ 2:28 am

    ในที่สุดแล้ว เราทำได้ดี่ที่สุด “นั่นคือ สิ่งที่เราทำได้” นอกเหนือจากนั้นเราไม่อาจทำได้ (เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น..คงทำไปแล้ว)🙂
    เป็นกำลังใจให้นะคะ เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบกับการคิดที่ต้องผ่านการใช้วิจารณญาณ+คุณธรรม+ตัวตนสูงแบบนี้ มันเป็นเหตุการณ์ที่ชวนปวดหัวและหดหู่ไม่น้อยหลังจากผ่านการตัดสินใจไปแล้ว…(เพราะไม่มั่นใจกับการตัดสินใจนั้น)
    แต่ในเมื่อเรามีเหตุผล(ในขณะนั้น)ที่ตัดสินใจไปแล้ว(ก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้) ถ้ามันผิด ก็เก็บไว้เป็นบทเรียน (คนเราผิดพลาดกันได้) ถ้าถูก แต่ยังไม่รู้สึกดี (เพราะอยากให้ดีหรือน่าจะดีกว่านี้) ก็ต้องยอมรับว่า “เราทำดีที่สุดแล้ว” และต้องปรับใจยอมรับมัน
    จิตใจจะได้เข้มแข็งและมีกำลังใจเพื่อก้าวที่ดีต่อไป กำลังใจมาจากไหน?..ไม่ไกลหรอกค่ะ คนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด รับรู้ทุกเรื่องและเผชิญปัญหากับเราทุกสถานการณ์….ใจเราเองค่ะ🙂

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ (ฮิปโปอ้าปาก)นะคะ อิอิ.. จะลองซื้อมาใช้ดูค่ะ (ถ้าเป็นอีก)…แต่ขอไม่เป็นเลยจะดีกว่านะคะ ..อิอิ🙂

    ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ🙂

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: