หน้าแรก > diary, Essay, Reflection, Wien Diary > ชีวิตในชนบทที่คนในเมืองไม่เคยเข้าใจ ๒

ชีวิตในชนบทที่คนในเมืองไม่เคยเข้าใจ ๒

คืนนี้ก็เป็นอีกคือที่อยู่คนเดียว งานสังสรรค์ช่วงเย็นมันจบไปนานแล้ว วงอาหารที่เลิกลา เหลือแต่กลิ่นบุหรี่โต๊ะข้างๆที่ติดมากับเสื้อกับความทรงจำของบทสนทนา  ระหว่างความโดดเดี่ยวกับชีวิตคู่ มันต้องมีอะไรซักอย่างที่อยู่ตรงกลาง เสียงของเพื่อนคุยคนนั้นยังดังก้องอยู่  นั่นสิ มันคงต้องมีอะไรซักอย่าง แม้มันจะ’ไม่มีใคร’ ก็ตาม เพราะชีวิตของผมในตอนนี้มันอยู่ตรงนั้น

ลืมบอกจุดประสงค์ของบทความที่ผมเขียนขึ้นมา  แต่แรกนั้นผมอยากจะให้บทความนี้เป็นการตั้งคำถาม เพื่อนำไปซึ่งความเข้าใจร่วมกัน ผมยอมรับตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผมไม่ได้รู้จักชีวิตในชนบทเลย ไม่ได้หลีกหนีหรืออย่างไร แต่ชีวิตมันมาเป็นอย่างนั้น แต่ผมอยากที่จะรู้ เพราะผมเป็นคนอดทนไม่เก่ง ทนใครได้ไม่นาน แต่อยากเข้าใจคนที่เค้าไม่เหมือนผม คนที่มีความคิดที่แตกต่างมีทางเลือกที่แตกต่างรวมทั้งวิธีการแสดงออกที่ต่างไป เพื่อที่เราจะร่วมอยู่กันได้โดยยอมรับและเข้าใจกัน และหากโชคดีมีจังหวะก็หวังว่าจะนำความคิดที่แตกต่างนั้น แลกเปลี่ยนกันไปอย่างตรงไปตรง มาเพื่อสร้างทางเลือกที่สาม ที่เกิดจากการพสานกันระหว่างความแตกต่างของเราเพื่อเดินไปข้างหน้าด้วยกัน  ผมคิดวาดฝันเกินไปไหม?  ผมหวังว่าไม่ ผมหวังว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับสังคมไทย

สิ่งที่ผมอยากจะสื่อในบทความแรกคือ มันเป็นไปได้ยากในการเข้าใจชีวิตของผู้อื่น แต่มันจำเป็นหากเราอยากจะอยู่ร่วมกันอย่างไม่ต้องทนกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามอาทิตย์เกือบเดือนกว่าที่ผ่านมาในเมืองไทย ทำเกิดการประนามคนเสื้อแดงอย่างแพร่หลาย หลายๆคนก่นด่าเมื่อมีความคลื่นไหว สมน้ำหน้าเมื่อมีคนบาดเจ็บหรือล้มตาย เห็นด้วยเมื่อมีการใช้ความรุนแรงสลายหรือต่อต้านการชุมนุม มีการล่าแม่มดเกิดขึ้นในสังคมIT (และประสบความสำเร็จด้วย) ความพึงพอใจเมื่ออีกฝ่ายถูกกระทำมีการแสดงอย่างเปิดเผย สิ่งเหล่านี้แม้อาจเป็นอารมณ์ช่วยวูบ มันทำให้ผมไม่สบายใจเอาซะเลย รวมทั้งอึดอัดด้วย  เพราะผมไม่ชอบความเกลียดชัง  ผมเชื่อว่าความเห็นที่แตกต่างควรได้รับการเคารพในสิทธิ  ผมเคยได้ยินว่าสิทธิในการยืดแขนของผมสิ้นสุดที่ปลายจมูกคุณ (The right to strech my arm, ends at the tip of your nose) ผมเชื่อว่าสิทธิอันนี้เป็นสิ่งที่ต้องถูกปกป้อง เพราะวันนี้อาจจะโชคดีที่ผมคิดคล้ายคนอื่น แต่ถ้าผมไม่ปกป้องความเห็นที่แตกต่างแม้เป็นส่วนน้อย แล้ววันหนึ่งผมเป็นส่วนน้อยที่แตกต่างละ? แน่นอนครับความก้าวร้าวหรือการกระทำที่หยาบคายและที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นนั้นควรโดนประนาม ไม่มีใครอยากโดนทิ่มจมูกหรอก! แต่ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นในขอบเขตของเราใช่ไหม?  ถ้าใช่การกระทำที่ดีทีสุดเมื่อมีคนมาด่าคนที่คุณรักคืออะไร

ข้อ1. ด่ากลับแม่ง
ข้อ2. ด่ากลับบวกจับมันตีเข่าจนดีมันแตก ให้มันรู้ซะบ้าง
ข้อ3. ข้อ 1และ2 บวกจับมัดแขวนประจาน รอให้อีกามาจิกตามันไปกิน ฮ่าๆๆๆ
ข้อ4. จับมือเค้าแล้วพามานั่งในสวน ค่อยอธิบาย ใช้เหตุและผล ถามเค้าว่าทำไมถึงเกลียดละ? และอธิบายในสิ่งที่เราเชื่อ

แล้วตอนนี้เรามีreaction อย่างไรกัน? สังคมเรามีreaction กันอย่างไร แล้วที่สำคัญสิ่งที่เราทำอยู่มันเป็นผลดีกับคนที่เรารักไหม? แล้วคนอื่นที่เค้าไม่รักด้วย หรือเฉยๆ เค้าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นสิ่งที่เราทำกับคนที่เกลียดคนที่เราคนรัก?

กลับเข้ามาเรื่องชนชั้น จริงๆแล้ว สิ่งที่ทำให้ผมอยากเขียนบทความนี้ขึ้นมานั้น เป็นเพราะผมสังเกตุเห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นชนวนหนึ่งในการปลุกระดมของคนเสื้อแดง และสิ่งเดียวกันนี้ ก็ถูกใช้ในการประนามคนเสื้อแดงเหมือนกัน เช่น “คนเค้าไม่รู้ก็อย่างงี้แหล่ะ…สงสารเค้าจังเลย” หรือ “พวกไม่มีปัญญา” หรือ “ควายๆ” “แม่งพวกม๊อบจ้างมา” แม้เราไม่ได้เล่นด้านชนชั้นโดยตรง แต่การดูถูกว่าเค้าโง่มันเป็นการแบ่งชนชั้นด้วยหรือไม่? ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง  คนดื่มฉี่เค้าก็ยังมีเหตุผลของเค้าเลย!  โง่หรือฉลาดมันเป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น! ไม่รู้ว่าพาย (Phi) คืออะไรโง่ไหม? ไม่รู้ว่าคำดีควายหน้าตาเป็นอย่างไรโง่ไหม?  ผมเคยเชื่อว่าคนที่เค้ามาประท้วงนั้นส่วนใหญ่โดนจ้างมา การกระทำที่รุนแรงก็เหมือนกันเป็นพวกแกนนำสร้างสถานะการณ์ แต่สมมุติว่าถ้ามันไม่ใช่ละ? ถ้าสิ่งที่เค้าทำมันเป็นเพราะเค้าพยายามพูดถึงปัญหาที่เค้ามีอยู่ แต่ประท้วงรัฐก็ไม่ฟัง โดนตราหน้าว่าเสื้อแดง เป็นม๊อบจัดจ้าง เป็นควายโง่  ผมถามหน่อยว่าถ้าเราลองจินตนการดูสิ ว่าเป็นเราบ้าง เราจะรู้สึกอย่างไร จะรู้สึกไหมว่าสองมาตรฐานมันถูกตอกย้ำ  หมดทางออก คนเราหากโดนกระทำจนหลังชนฝา  ความบ้ามันก็มีอยู่ทุกคน  ขอย้ำตรงนี้ว่าผมไม่ได้บอกว่าผมเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง(ของใครก็ตาม) แต่ลองมองเค้าแบบเป็นใจดูหน่อยสิครับ ถ้าเป้นเรา เราจะรู้สึกอย่างไร ขอจบแค่นี้ก่อน ด้วย บทความ ร้อน แล้ง แดงทั้งภาค โดย : ปกรณ์ พึ่งเนตร

ฉบับนี้ชี้แจงซะยาวเลยไม่ได้คุยเรื่องชนชั้นมากเท่าใด อย่างไรก็ตามต่อรอบสามเร็วๆ นี้..

..ครับท่าน

ปล ขออภัยถ้าอ่านแล้วงง คิดอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น

About these ads
Categories: diary, Essay, Reflection, Wien Diary
  1. กรกฎาคม 24, 2010 ที่ 10:48 pm

    กำลังใจให้ครับ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,300 other followers

%d bloggers like this: